ประสบการณ์ “ปีนภูเขาไฟฟูจิ” ครั้งนั้น… ฉันไม่ลืม [Part 3]

Continued from Part 2

17.40 น. หลังจากที่เดินมาอย่างยาวนานในที่สุดตอนนี้ก็ขึ้นมาจนถึงชั้น 8 ระดับความสูง 3,100 เมตรครับ

\(‘ o ‘)/ \(‘ o ‘)/ \(‘ o ‘)/

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เขาบอกอีก 3 ชั่วโมง (+++) จะถึงยอด

แต่เดี๋ยวก่อน! ที่ชั้น 8 นี้ เขาไม่ถือว่าเป็นชั้น 8 ที่แท้จริงครับ เพราะชั้น 8 ดั้งเดิม (The Original 8th Station) นั้นอยู่ที่ความสูง 3,400 เมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่พักที่ผมจองได้จองไว้ล่วงหน้าแล้วนั่นเอง..

Untitled
เหลืออีก 300 เมตร จะถึง Original 8th Station ครับ

เดินต่อขึ้นมาเรื่อยๆ ผู้คนก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆครับ

19.17 น. ฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงที่พักซักที ในใจนี่ท่องสะกดจิตตัวเองไว้ตลอดราวกับท่องนโมสามจบ “จะถึงแล้วๆๆๆๆ” ตอนนี้ท้องเริ่มร้องแล้วครับ แม้สุดท้ายรู้ว่าแค่ขึ้นบันไดไปอีกนิดเดียวไม่ถึง 5 นาทีก็จะถึงโรงแรมซึ่งมีอาหารเย็นให้ แต่ก็ขอแวะซื้อเสบียงเติมพลังไว้ก่อน (จริงๆคือจะหาเรื่องนั่งพักแหละ)

และเสบียงชิ้นนั้นก็คือ… “ขนมปังไส้ถั่วแดง อันปังแมน!!!!!” 

ยอมรับในความพยายามของร้านเขาจริงๆที่อุตส่าห์เอาขนมปังขึ้นมาขายถึงบนชั้นนี้ (แถมขายไม่แพงด้วยนะ)

20170810_191757
มีวาดรูปประกอบด้วย คาวาอี้มาก

พอยิ่งมืดยิ่งมองอะไรไม่เห็นครับ อากาศก็หนาวด้วย ต้องหยิบไฟฉายคาดหัวขึ้นมาเพิ่อใช้เป็นไฟนำทาง (ใครที่มีแผนปีนฟูจิตอนกลางคืนแนะนำเลยครับ เสื้อลองจอน ขนเป็ด อะไรที่ใส่กันหนาวได้ ขนใส่มาให้หมด)

20170810_191803
แต่อันนี้แอบแพงแหละ (วุ้นเจลลี่เพิ่มพลัง)

19.25 น. ในที่สุดก็มาถึงที่พัก “Origanal 8th Sta. Tomoe-Kan (本八合目トモエ館)” (ถึงซักที…)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
Tomoe Kan

พอมาถึงก็ขอถ่ายรูปสำรวจที่นอนในคืนนี้หน่อยครับ

ที่นอนบนนี้ไม่มีห้องส่วนตัวให้ เป็นห้องรวมที่มีถุงนอนกันหนาววางเรียงแทบจะแนบชิดติดกัน (จริงๆ ตอนนอนก็แนบเนื้อแหละ) กระเป๋าให้วางไว้เหนือถุงนอนครับ ที่นี่ไม่มีที่ชาร์จแบตและปลั๊กให้ หากอยากชาร์จแบตต้องใช้เพาเวอร์แบงค์ของตัวเอง สำหรับห้องน้ำ ลูกค้าโรงแรมเสียครั้งละ 200 เยน ถ้าไม่ใช่ลูกค้าโรงแรม 300 เยนครับ (ด้านหน้าห้องน้ำจะมีก๊อกน้ำให้กดแปรงฟันได้)

ปล. ณ ความสูงระดับนี้ แม้เขาจะบอกว่าไม่มีน้ำ-ไฟฟ้าให้ใช้ โรงแรมต้องปั่นไฟ และขนน้ำจากข้างล่างขึ้นมาเอง แต่สัญญาณโทรศัพท์ 4G กลับมีแรงมากครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
หลังจากวางกระเป๋าแล้วก็จะมีฟิลแบบนี้ (แอบถ่ายมุมกระเป๋าคนอื่น)

เมื่อสำรวจและวางกระเป๋าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็จะได้รับบัตรคิวสำหรับเรียกรับประทานอาหารเย็นครับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
รอคิวสักครู่อาหารก็มา
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
เมนูวันนี้ ข้าวแฮมเบิร์กเสต็ก กับแกงกะหรี่

สำหรับใครที่ไม่ได้พักที่โรงแรมนี้ ด้านข้างของโรงแรมจะมีร้านอาหารอยู่ครับ สามารถเข้าไปสั่งอาหารรับประทานได้ บะหมี่ ราเมง นิสชินกระป๋องก็มี (แต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ)

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็รีบเข้านอน เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องตื่นเวลาตีสอง เพื่อเดินทางต่อครับ…


11 August 2017

2.00 น. ได้เวลาตื่นนอนแล้ว อยากจะบอกว่าเราไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกก็ตื่นได้ครับ เพราะเสียงนาฬิกาปลุกของหลายคนทั้งดัง ทั้งสั่น ในเวลานี้เหมือนกัน

ปุจฉา : ถามว่าพอได้นอนแล้ว ตื่นมาจะสดชื่นไหม?

วิสัชชนา : คำตอบคือ คิดว่าไม่ ก่อนที่เราจะนอนได้นั้น เราต้องผ่านอุปสรรคหลายอย่างมามากมายกลไกร่างกายถึงจะยอมปิดชัตดาวน์ตัวเอง เพราะตลอดเวลาที่เรานอนนั้นจะได้ยินเสียงกรนของผู้คนดังสนั่นหวั่นไหวไปมาจากหลายกระหย่อมเป็นพักๆ  (นี่เป็นสาเหตุที่แนะนำให้พกที่อุดหูมาด้วย) แถมเวลานอนก็ต้องเกร็งตัว เวลาจะขยับ ตัว แขน หรือขาแต่ละครั้งก็ต้องคอยรู้สึกเกรงใจคนที่นอนข้างๆ อีก

2.24 น. หลังจากที่เก็บของทุกอย่าง แต่งตัวเตรียมเดินทางขึ้นยอดเสร็จแล้ว ก็ต้องออกมาต่อคิวสำหรับเดินไปยังยอดเขาครับ (คนเดินกันแน่นเชียว)

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ไฟจากหัวผู้คนเรียงรายกันยาวเหยียด มองเห็นเป็นเส้นทางเดินยาวจนถึงยอดเขา

สาเหตุที่ตอนนี้คนเยอะอีกอย่างหนึ่งอาจเป็นเพราะ ตั้งแต่โรงแรมไปจนถึงยอดเขา เส้นทางปีนเขา Yoshida Trail (สายสีเหลือง) กับ Subashiri Trail (สายสีแดง) จะเป็นทางเดียวกัน


The world is a country which nobody ever yet knew by description; one must travel through it one’s self to be acquainted with it.

– Lord Chesterfield –

โลกนี้คือดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักมันได้จากการบอกเล่า แต่คนเราจะต้องเดินทางท่องเที่ยวไปเพื่อทำความรู้จักกับมันด้วยตัวเอง

– ลอร์ด เชสเตอร์ฟิลดิ์ –


3.30 น. ระหว่างที่ปีนอยู่นั้นก็เกิดฝนตกปรอยๆลงมา

ผมรีบเก็บกล้องทันที ในใจตอนนั้นก็แอบกลัวครับว่าถ้าเช้าแล้วจะไม่ได้เห็นอะไรแน่ๆ เพราะจู่ๆดันมีฝนตกมาแบบนี้ โชคดีครับที่เสื้อกับกระเป๋ากันละอองฝนได้ เลยไม่มีปัญหาอะไร ตอนนั้นได้แต่หวังในใจลึกๆขออย่าให้ฝนตกแบบนี้ไปจนถึงบนยอดเขาเลยนะ

4.50 น. ถึงยอดภูเขาไฟฟูจิ (ชั้นที่ 10) ระดับความสูง 3,776 เมตร ฝนยังไม่มีท่าทีจะหยุดตกเลยแม้แต่น้อย หมอกหนาทึบคลุมพื้นที่ไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างวิ่งกรูกันมาหลบฝนในวัดและร้านอาหารโดยรอบ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ร้านในรูปนี้เลย

หลังจากที่เข้ามาแล้วก็ได้กลิ่นหอมยั่วยวนของราเม็งมากๆ พอพนักงานเสริฟเดินผ่านที่นั่งตรงไหน ทุกคนต่างขอสั่งเมนูแบบเดียวกันคือ “เอาเหมือนที่กำลังมาเสริฟที่นึง”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ราเมงบนยอดเขาอันหนาวเหน็บราคาชามละ 500 เยน

5.14 น. ระหว่างที่กำลังทานราเม็งได้สักพัก ก็มีเสียงคนตะโกนดังขึ้นมาว่า “Sun Rise! (พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว!)” ทันทีที่สิ้นประโยค ทุกคนต่างหันหน้าขวับออกไปทิศทางเดียวกันคือที่ประตูหน้าร้าน

ส่วนผมน่ะหรือ… วิ่งออกมาที่ระเบียงเพื่อถ่ายรูปสิครับ :]


ฟ้าหลังฝน ย่อมสวยงามเสมอ


ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว

หมอกที่เคยหนาทึบก็เริ่มจางหายไป

ฟ้าที่เคยมึดมิดกลับค่อยๆสว่างสดใสขึ้นมาเรื่อยๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
ภาพตะวันกำลังทอแสง สะท้อนกับก้อนเมฆเห็นเป็นสีทอง

หลังจากที่พระอาทิตย์ส่องแสงได้ไม่นาน เมฆหมอกก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ผมจึงเดินสำรวจพื้นที่ด้านบนแทนครับ

20170811_060420
บรรยากาศร้านค้า ด้านซ้ายมือถัดจากตึกนี้จะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น

ศาลเจ้าบนภูเขาไฟฟูจิมีชื่อว่า  “ศาลเจ้าคูชูชิ (Kusushi Shrine – 久須志神社)” ด้านในมีจุดแสตมป์ไม้พลอง มีเครื่องราง และแผ่นไม้คำอธิษฐานจำหน่าย

5.41 น. เดินออกมาด้านนอกศาลเจ้า ปรากฏว่าตอนนี้ท้องฟ้าสวยมากกว่าแวบแรกที่เห็นอีกครับ ขณะที่กำลังหยิบกล้องขึ้นมาจะกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายพระอาทิตย์ครั้งที่สองอยู่นั้น ไฟสีแดงที่มุมหน้าจอขวาบนของกล้องผมก็กระพริบรัวๆ พร้อมกับขึ้นข้อความประโยคสั้นๆเขียนว่า “Low Battery” แล้วเครื่องก็ดับสนิทไป o-O

อ่าวเฮ้ย! กดได้รูปเดียวก็ดับเลยหรอ ผมก็คิดไปว่า ไม่เป็นไร เรายังมีแบตเตอร์รี่สำรองอีกก้อน แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นคือ แบตเตอร์รี่อีกก้อนที่ตอนแรกเข้าใจว่าชาร์จมาเต็มแล้ว ไฟดันไม่เข้าครับ

เฮ้อ!… อะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ

ตอนนั้นผมนี่อยากจะร้องไห้แล้วครับ ให้ขึ้นมาอีกรอบคงไม่เอาแน่ๆ (T-T) ยังโชคดีครับที่มีโทรศัพท์ยังมีแบตเหลืออยู่ 50% หลังจากนี้เลยได้แต่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปครับ

20170811_054142
มองด้วยตาตัวเองจริงๆสวยยิ่งกว่าในรูปอีกครับ
20170811_054239
ขอแชะรูปตัวเองสักหน่อย

เดินย้อนกลับมาหน่อยจะเจอกับเสาโทริอิ ทางขึ้นก่อนถึงยอดภูเขาไฟครับ จะเห็นว่าคนปีนกันขึ้นมาเรื่อยๆ

20170811_055449
มุมภาพยอดนิยม
20170811_060135
เห็นดวงกลมๆของพระอาทิตย์

ถัดจากร้านค้ามาจะเป็นปากปล่องภูเขาไฟฟูจิ อากาศบริเวณนี้หนาวมากๆ อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส สีขาวๆมองเห็นว่าที่เกาะอยู่บนหินคือหิมะครับ

20170811_061635
ทางเดินริมปากปล่องภูเขาไฟ
20170811_061524
มุมมอง Panorama ปากปล่องภูเขาไฟ

ขอเซลฟี่ด้วยกล้อง 360 องศา กับปากปล่องภูเขาไฟ 1 รูปครับ (ไม่น่าเชื่อว่าบนนี้ก็มีสัญญาณ 4G ให้แชร์รูปได้ด้วย)


6.22 น. หลังจากที่เพลิดเพลินบนยอดภูเขาไฟฟูจิได้พักใหญ่ ก็ถึงเวลาเดินทางกลับแล้วครับ  ผมจองรถกลับโตเกียวรอบเวลา 13.00 น.  เลยคิดว่าอาจต้องทำเวลาพอสมควร และเนื่องจากโรงแรมที่พักชั้น 8 มีอาหารเช้าให้ทานด้วย ต้องรีบลงมาทานอาหารก่อนกลับ แอบกลัวจะไม่ทันครับ

TIPS : ปกติทางเดินขึ้นกับลงจะแยกเส้นทางกัน แต่ทางเดินจากยอดเขา (10th Station) มายังฟูจิชั้น 8 (Original 8th Station) จะเป็นจุดเดียวที่ขาลงจะมาบรรจบกับขาขึ้น หากใครจองโรงแรมที่ชั้นนี้ สามารถแวะกลับมาที่โรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้าตอนเดินลงได้ครับ

20170811_062247
เสาโทริอิทางลงยอดเขา

ขาขึ้นว่าน่ากลัวแล้ว ขาลงแอบดูหวาดเสียวกว่า เส้นทางเดินลงเป็นทางลาดที่ไม่มีขอบกั้นครับ เวลาเดินลงจะให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังอยู่บนก้อนเมฆ ทางเดินจุดนี้จะเป็นก้อนกรวดเล็กๆตลอดเส้นทาง ไม้พลองหรือ Tacking pole ที่เราพกมานี่แหละ จะเป็นตัวช่วยพยุงน้ำหนักเท้าเราเวลาก้าวลง ไม่ให้หกล้มหน้าคะมำ (เดินเร็วๆเห็นล้มคว่ำหลายคนเลยครับ)

20170811_062318
เส้นทางเดินลงเขา
20170811_063122
ถนนเป็นก้อนกรวดเล็กๆ หากใครเหนื่อยสามารถนั่งพิงอีกฝั่งที่ไม่ใช่หน้าผาเพื่อพักก่อนได้
20170811_064919
ชาวญี่ปุ่นหลายคนแอบนอนพักเอาแรง ดูแสงแดดและก้อนเมฆ
20170811_070741
ทางเดินขาลงจะมีป้ายบอกเส้นทางเดินปีนเขาเป็นระยะ โดยช่วงแรกของเส้นทางสีเหลืองกับสีแดงจะใช้ทางเดียวกัน

7.15 น. ใช้เวลาเดินจากยอดมา 50 นาที ก็ถึงภูเขาไฟฟูจิชั้นที่ 8 ซึ่งเป็นที่พักโรงแรม

20170811_071543

เมนูข้าวกล่อง (เบนโตะ) อาหารเช้าของโรงแรมก็คือ… ข้าวผัดกระเทียมหน้าบ๊วยเค็ม พร้อมเครื่องเคียงเป็นปลาแซลมอนทอด ไข่หวาน และผักดองครับ

20170811_072754

7.40 น. กินอิ่มมีแรงแล้วก็ได้เวลาเดินลงเขากันต่อ…

เมื่อถึงทางเดินแยกเส้นทางลงระหว่างสายสีเหลืองกับสีแดง จะมีป้ายขนาดใหญ่เตือนครับ ขอบอกว่าห้ามเดินผิดเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นปลายทางจะได้ไปถึงเป็นคนละจังหวัดกันเลยครับ

20170811_080056
ป้ายเตือนก่อนถึงทางแยก
20170811_075710
พอเดินลงมาเรื่อยๆ ทางเริ่มชันน้อยลง มีต้นไม้เขียวๆขึ้นมาให้เห็นบ้างเล็กน้อยครับ
20170811_081333
ถ้ามายืนริมขอบแล้วมองลงมาจะเห็นว่าทางเดินขาลงเป็นซิกแซกฟันปลาดูไม่มีที่สิ้นสุด

มีข้อสังเกตว่าทุกๆหัวมุมโค้งจะมีหมายเลขของโค้งบอก โค้งแรก No.1 คือโค้งที่เริ่มต้นจากยอดเขา ส่วนโค้งสุดท้าย No.53 คือ โค้งที่ต้องเดินก่อนจะไปถึงภูเขาไฟฟูจิชั้นที่ 5

20170811_081638
เดินมาได้เกินครึ่งทางแล้วครับ ฮีบๆ

ช่วงลงโค้งแรกๆก็ยังตื่นเต้นอยู่ครับ โค้งมุมนี้วิวสวย โค้งมุมนั้นวิวดี แต่พอเดินไปเรื่อยๆ ได้แต่คิดในใจ เราจะมาเดินทำไม (วะ) เนี่ย?? โค้งไหนๆก็คล้ายๆกัน ขอให้เดินจบๆซักทีเถอะ

เพิ่มเติม : ตลอดทางเดินลงไม่มีที่ให้หลบแดดนะครับ เห็นอากาศเย็นๆเจอแดดอุ่นๆรู้สึกสบาย แต่อันที่จริงไม่ใช่เลย UV แผดเผาผิวหนังแบบไม่มีเมฆมาช่วยกั้นเต็มๆ ใครมีครีมกันแดดอะไรก็ทากันไว้นะครับ SPF ยิ่งเยอะยิ่งดี ไม่งั้นลงมาแล้วผิวอาจลอกได้เลย

20170811_083649
คุณป้าชาวญี่ปุ่นนั่งพักชมวิว
20170811_092510
Walking with Tacking Pole

พอเดินลงมาถึงประมาณโค้งที่ 40 ผมก็ได้คำตอบที่แอบสงสัยในใจครับว่า ร้านค้าบนยอดเขาแต่ละร้านเขาขนของกันขึ้นมาอย่างไร

รถขนของมีล้อเหมือนกับรถถังครับ ดูแล้วคนขับต้องบังคับรถเก่งมากเลย เพราะแต่ละโค้งนี่ดูน่าหวาดเสียวมากๆ ที่กั้นตามมุมต่างๆก็ดูไม่น่าจะสามารถช่วยอะไรได้หากรถไถลลงมา

20170811_094445
รถขนสินค้ามาเติมให้ร้านค้าบนยอดเขา รถหว่างที่รถผ่านคนขับก็ตะโกนให้คนชิดมุมหน่อยๆ (แน่นอนว่ารถต้องอยู่ฝั่งใน ส่วนคนให้ชิดฝั่งหน้าผา 😭😭😭)

9.53 น. พอถึงโค้ง No.53 อย่าเพิ่งดีใจนะครับ (แน่นอนว่าเผลอดีใจไปแล้ว) เราจะเจอกับป้ายนี้ ซึ่งบอกกับเรา เหมือนกับจะให้กำลังใจว่าเหลือระยะทางอีก 3.1 Km นะจ๊ะ

Pic

3.1 กิโลเมตรที่เหลือจะเป็นทางเดินในอุโมงค์ และป่าสนครับ

20170811_101627
อุโมงค์ทางเดิน
20170811_105941_001
ป่าสนในหมอก
20170811_111110
รถม้าในหมอก

 

11.28 น. ในที่สุดก็มาถึงภูเขาไฟฟูจิชั้นที่ 5 โดยสวัสดิภาพครับ :]

 


OLYMPUS DIGITAL CAMERA

การพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิในครั้งนี้ มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดต่างๆเกิดขึ้นมาระหว่างทางมากมาย หลายเหตุการณ์ก็เป็นเรื่องที่ลืมไม่ลง สำหรับความรู้สึกหลังปีนภูเขาไฟฟูจิลงมาแล้ว ผมรู้สึกว่าการเดินทางไปพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจินั้น ไม่ง่าย และไม่ยากเกินไปครับ ความสำเร็จในการพิชิตนั้น ทุกคนสามารถทำได้ เพียงแค่วางแผนเตรียมตัวล่วงหน้า มีใจที่แน่วแน่ และไม่ย่อท้อ (แต่ต่อให้ท้อระหว่างทางก็ลงมาไม่ได้อยู่ดี) ถ้าถามผมว่าจะมาปีนดูอีกสักครั้งไหม ต้องลองคิดก่อนนะครับ อย่างที่เขาว่ากันแหละครับ ปีนภูเขาไฟฟูจิสักครั้งในชีวิตก็เพียงพอแล้วนะ 😀😀😀

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ
บริษัท Fujikyuko co. ltd ผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายการเดินทางมาพิชิตยอดภูเขาไฟฟูจิในครั้งนี้
คุณ Yamashita  สำหรับการช่วยดูแลแผนการ การให้คำปรึกษา และความเป็นห่วงในช่วงที่มีพายุเข้าก่อนที่จะปีนภูเขาไฟ
พี่เจ๊๊ยบ ยุวดี สำหรับคำแนะนำ การช่วยดูแล และการติตต่อประสานงานร้านเช่าชุดชาวญี่ปุ่นให้ตอนเกิดเหตุต้องเลื่อนแผนการเดินทาง
พี่อู๋ ผู้ร่วมทริป ที่ช่วยดูแลผมไม่ปล่อยผมไว้กลางทางระหว่างปีน
และขอขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามอ่านจนกระทั่งถึงท้ายบทความนี้ครับ :]


หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่น้อย ก่อนจบขอฝากวลีสั้นๆที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติไว้อีกประโยคครับ

Nature is a mutable cloud which is always and never the same

– Ralph Waldo Emerson – 

ธรรมชาติก็เหมือนกับก้อนเมฆ มีอยู่เสมอ แต่ไม่เคยเหมือนเดิมตลอดเวลา

– ราล์ฟ วัลโด เอเมอร์สัน –

ใครมีประสบการณ์ท่องเที่ยวฟูจิเป็นอย่างไรก็อย่างลืมมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ


เพิ่มเติม : สำหรับใครที่ปีนฟูจิเสร็จแล้วสนใจอยากออกประกาศนียบัตรเป็นที่ระลึกสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่http://www.fujisan3776.com/index_en.html

อ่านบทความย้อนหลัง
Part 1 : [รีวิว] ประสบการณ์ “ปีนภูเขาไฟฟูจิ” ครั้งนั้น…ฉันไม่ลืม
Part 2 : ประสบการณ์ “ปีนภูเขาไฟฟูจิ” ครั้งนั้น… ฉันไม่ลืม [Part 2]

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s